News 20. Jan 20

สมดุลระหว่างเมืองที่ผู้คนภูมิใจในรากเหง้า กับเมืองที่ยั่งยืนเชิงกายภาพ (4 ปี การขับเคลื่อนฯ ตอนที่ 21)

-พฤศจิกายน พ.ศ. 2559-
เวทีระดมความคิดเห็น ‘บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อความเป็นเมืองมรดกโลกของเชียงใหม่’ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีประชาสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งสำคัญของคณะทำงานฯ กับภาครัฐและเอกชน โดยเวทีดังกล่าวคณะทำงานขับเคลื่อนฯ ได้เชื้อเชิญทั้งนักธุรกิจและนักออกแบบที่มีบทบาทสำคัญในแวดวงสังคมเมืองเชียงใหม่ และตัวแทนจากภาครัฐที่มีบทบาทต่อการพัฒนาเมือง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกรณีการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และสำรวจว่าแต่ละฝ่ายจะมีส่วนได้และส่วนเสียอย่างไรบ้าง


ในช่วงเช้า คณะทำงานได้รับเกียรติจากสองผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นและผังเมือง ได้แก่ คุณอดุลย์ เหรัญญะ สถาปนิกเจ้าของบริษัท ล้านนา อาคิเทค จำกัด สถาปนิกที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสถาปัตยกรรมล้านนาให้กลับมารองรับกับภาคธุรกิจและวิถีชีวิตร่วมสมัย และ ดร.โชคอนันต์ วาณิชย์เลิศธนาสาร อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยมี ผ.ศ.คมสัน ธีรภาพวงศ์ ตัวแทนจากคณะทำงานขับเคลื่อนฯ เป็นผู้ร่วมสนทนา

เริ่มจากคุณอดุลย์ที่เห็นด้วยกับการขับเคลื่อนให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลก ด้วยเชื่อว่าเมืองของเรามีทั้งมรดก องค์ความรู้ และภูมิปัญญา ควบคู่ไปกับบุคลากรทางศิลปวัฒนธรรมที่พร้อมพรั่งกว่าเมืองอื่นๆ ในประเทศ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เมืองมรดกแห่งนี้มีชีวิต    

อดุลย์ เหรัญญะ


“ไม่ต้องมองภารกิจนี้ให้มันยิ่งใหญ่ระดับโลกก็ได้ เพราะเอาเข้าจริงมันก็เป็นรางวัลรางวัลหนึ่ง เหมือนเราเปิดร้านอาหารและได้รางวัล Clean Food Good Taste นั่นล่ะ คือเราได้ป้ายประกาศแค่ป้ายเดียว คณะกรรมการเขาไม่ได้เอาเงินมาให้ ไม่ได้เอาลูกค้ามาให้ เขาเอาแค่ป้ายป้ายหนึ่งมาแปะไว้ที่ร้านเพื่อบอกว่าร้านเรามีคุณค่า จากนี้ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะดูแลร้านอาหารให้คงมาตรฐานต่อไป” คุณอดุลย์กล่าว ก่อนจะเสริมท้ายว่า เราจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้คนเชียงใหม่ทุกคนตระหนักว่าเราต่างเป็นเจ้าของร้านอาหารเหมือนกัน มีส่วนได้ส่วนเสียเท่ากัน และนั่นจะทำให้เราต่างช่วยกันดูแลร้านอาหารนี้เพื่อสร้างผลกำไรกลับคืนมาอย่างดีที่สุด

“คณะกรรมการเขาไม่ได้เอาเงินมาให้ ไม่ได้เอาลูกค้ามาให้ เขาเอาแค่ป้ายป้ายหนึ่งมาแปะไว้ที่ร้านเพื่อบอกว่าร้านเรามีคุณค่า จากนี้ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะดูแลร้านอาหารให้คงมาตรฐานต่อไป” อดุลย์ เหรัญญะ



หลังจากคุณอดุลย์พูดในเรื่องความเข้าใจและความภาคภูมิในรากเหง้า ดร.โชคอนันต์ วาณิชย์เลิศธนาสาร ก็ขึ้นมาเสริมในแง่ของการพัฒนาและแก้ปัญหาเมืองในเชิงกายภาพ ซึ่งจะสร้างสมดุลให้เกิดเมืองที่มีคุณค่าและน่าอยู่อย่างยั่งยืน

ดร.โชคอนันต์ วาณิชย์เลิศธนาสาร



“สถาปนิกและนักออกแบบภูมิทัศน์ในเชียงใหม่ ควรถึงเวลามานั่งคุยกันว่าปัจจุบันที่ว่างและการใช้งานของพื้นที่สาธารณะเหมาะสมแล้วหรือยัง ระยะถอยร่นของอาคารที่กำหนด หรือเครื่องมืออย่างเทศบัญญัติควบคุมอาคาร มีประสิทธิภาพพอจะคุมบรรยากาศเมืองได้หรือยัง รวมทั้งเครื่องมือชิ้นนี้ได้สร้างความเชื่อมั่นหรือความยินยอมพร้อมใจจากภาคประชาชนหรือยังซึ่งเป็นส่วนสำคัญ

ผมมองว่าเทศบัญญัติที่ออกมาทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง เพียงแต่มันกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับแง่มุมด้านภูมิสถาปัตยกรรมเท่าที่ควร เช่นว่าเราสามารถควบคุมความสูงและรูปแบบของตัวอาคารได้ แต่รูปแบบและความสูงของต้นไม้กลับไม่ถูกควบคุม ทั้งๆ ที่ตัวอาคารกับต้นไม้ควรจะต้องทำงานในเชิงทัศนียภาพไปพร้อมกัน” ดร.โชคอนันต์ กล่าว

ดร.โชคอนันต์ยังเสนออีกว่า ควรมีการขยายกรอบของการกำหนดคุณลักษณะอาคารในเขตเมืองเก่า เพราะที่ผ่านมาเทศบัญญัติของเทศบาลนครเชียงใหม่ยังทำงานแค่สองมิติ คือมองในเชิงการใช้พื้นที่จากโฉนดและภาพลักษณ์ของอาคาร แต่ลืมมองในระดับภาพสามมิติของกลุ่มอาคารที่สร้างขึ้นมา จึงเห็นอาคารบางหลังที่ปฏิบัติตามเทศบัญญัติทุกอย่างแต่กลับเป็นสิ่งทำลายทัศนียภาพเมื่อวางตัวอยู่กับกลุ่มอาคารโดยรอบ หรือกระทั่งผู้ประกอบการบางรายที่พยายามจะหาวิธีหลบเลี่ยงกฎหมายเพื่อหาประโยชน์จากพื้นที่ให้มากที่สุด”