My World 25. Oct 19

ดูเขาดูเรา : ด้านลบของหลวงพระบาง

หลวงพระบางได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 2538 จนบัดนี้ก็เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำคานเมืองนี้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวฝันจะไปเยือนสักครั้ง

ลาวนั้นเพิ่งเปิดประเทศอ้าแขนรับการลงทุนในช่วงทศวรรษ 30  ใครนึกไม่ออกก็คือยุคที่รัฐบาลพล.อ.ชาติชายประกาศนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าพอดี หลังจากนั้นก็มีกระบวนการผลักดันให้หลวงพระบางขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และการได้เป็นมรดกโลกก็คือกระดานหกชั้นดีให้กับสถิตินักท่องเที่ยวผู้มาเยือน

เมื่อปี 1994 (2537) ลาวมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนเพียง 146,155 คน แต่เมื่อหลวงพระบางได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกเมื่อ 1995 สถิติการท่องเที่ยวของลาวก็พรวดพราดโตขึ้นอย่างน่าตื่นตา จนล่าสุดมุ่งหน้าสู่เป้าหมาย 5 แสนคน/ปีแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ราวๆ 80% ที่เยือนลาวต้องไปถึงหลวงพระบาง

แล้วหลวงพระบางก็ช่างเป็นเมืองที่โรแมนติก น่ารักน่าใคร่จริงๆ เสียด้วยสิ

หลวงพระบางมีถนนหลักไม่กี่เส้น นอกจากวัดจากวังแล้ว สถาปัตยกรรมบ้านเรือนแทบทั้งหมดยังเป็นแบบอาณานิคมทำให้นึกถึงบรรยากาศเมื่อครั้งฝรั่งเศสยังปกครองอยู่ แม้จะเข้าตรอกซอกซอยไปถึงไหนๆ หากว่ายังอยู่ในเขตเมืองเก่าแล้วไซร้ บ้านเรือนของผู้คนก็ช่างพร้อมใจย้อนยุคกันเสียทั้งหมด

ที่จริงแล้ว บ้านเรือนใหม่ๆ ชนิดที่สร้างใหม่ขึ้นมาทั้งหลังในเขตเมืองเก่าหลวงพระบางมีเยอะครับ อย่างเกสต์เฮ้าส์ทั้งหลายตามตรอกซอกซอยแถวๆ ร้านประชานิยม ร้านข้าวต้มกาแฟเช้าที่คนไทยรู้จักดี แต่ก่อนละแวกนั้นมันเป็นหมู่บ้าน ลักษณะก็เป็นเรือนไม้ง่ายๆ ของชาวบ้านแท้ๆ เหมือนเรือนในชนบทลาวทั่วไป ครั้นเมื่อเกิดมี “ห้องกานมอละดก” หรือสำนักงานมรดกโลกขึ้นมา บริหารจัดการ ควบคุมผังเมือง สิ่งปลูกสร้าง การพัฒนาทั้งหลายทั้งปวงในเขตเมืองเก่าการจะต่อเติมปรับปรุงบ้านพักเดิมหากไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่สามารถทำได้ ส่วนห้องแถวริมถนนก็เช่นกันการจะปรับปรุงตกแต่งอะไรก็ต้องให้เป็นไปตามแบบที่ห้องการมรดกกำหนด

การท่องเที่ยวโดยเนื้อแท้มันก็คือกิจการของทุน ส่วนเมืองมรดกโลกที่มุ่งต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนด้วยมาตรฐานและแนวทางดึงดูดที่กำหนดไว้โดยเนื้อแท้มันก็คือกิจกรรมของทุนนิยมเช่นเดียวกัน

คนลาวท้องถิ่นเมืองหลวงพระบางแท้ๆ ในยุคก่อนโน้นเมื่อ 20 ปีก่อนไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมากพอจะปรับปรุงบ้านเรือนของตนตามแบบแปลนที่ห้องการมรดกกำหนดไว้ ทางที่พวกเขาเลือกได้มีไม่มาก ส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะขายหรือให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ดินหรือบ้านเรือนของตนระยะยาว คนที่ครอบครองที่ดินสิ่งปลูกสร้างในเขตเมืองเก่าจึงเป็นคนลาวที่มีทุน หรือไม่ก็เป็นข้าราชการที่เข้าถึงแหล่งทุนได้

ทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นเมืองมรดกโลกหลวงพระบางยุคใหม่จึงประกอบขึ้นจากทุนลาวยุคใหม่ ที่เข้าไปดำเนินการแทนที่ชาวลาวหลวงพระบางเจ้าถิ่นเดิมซึ่งเลือกจะอพยพออกไปพร้อมกับเงินค่าเช่าก้อนหนึ่ง หารู้ไม่ว่าเมื่อคล้อยหลังพวกเขา หลวงพระบางกลายเป็นเงินเป็นทองแพงระยับขึ้นมาทันตา

ราคาของอสังหาริมทรัพย์ของหลวงพระบางแพงมากมานานพอสมควรแล้ว ห้องแถวเล็กๆ หน้ากว้างสัก 4 เมตรในเขตเมืองเก่ามีชั้นบนทำเป็นที่อาศัยได้ มีสนนราคาค่าเช่าต่อเดือนต่ำสุดอยู่ที่ราว 550 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบๆ 2 หมื่นบาทไทย – นี่ต่ำสุดนะครับ บางทำเลขึ้นไป 750-800 เหรียญ ชาวต่างชาติที่อยากเข้าทำธุรกิจขายอาหาร ขายกาแฟ เสื้อผ้าต้องเช่าเอาทั้งนั้น ยกเว้นแต่พวกที่ลงทุนหนักเกิน 5 แสนเหรียญขึ้นไปจึงค่อยมีสิทธิ์

คนลาวแท้ๆ ที่ยังพอทำมาหากินได้จะอยู่ที่ตลาดสดตอนเช้า กับตลาดกลางคืนซึ่งเน้นขายอาหารการกิน (ที่แพงอยู่พอสมควร) ขับสามล้อเครื่อง หรือไม่ก็มาเป็นแรงงานลูกจ้าง กับอีกพวกหนึ่งคือชาวลาวที่พอมีทุน เป็นเจ้าของเกสต์เฮ้าส์เอง แต่ก็นั่นแหละคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนพื้นถิ่นชุมชนดั้งเดิม

ภายใต้ความน่ารัก สงบ งาม จิ้มลิ้มพริ้มเพราของเมืองมรดกโลกหลวงพระบางที่เราเห็นกันอยู่มันถูกขับเคลื่อนด้วยแผนและทุนของโลกการท่องเที่ยวยุคใหม่เป็นสำคัญ ซึ่งที่เอ่ยขึ้นนี่ไม่ใช่ไม่ดีอะไรนะครับ โลกยุคนี้หนีทุนไม่ได้หรอก หากแต่ว่า วิถีของทุนก็ไม่ควรจะละทิ้งคนเล็กๆ น้อยๆ ขับไสให้เขาพ้นไป อย่างเช่นพวกเจ้าของที่ดินเดิมที่ไม่มีทุน จำเป็นต้องให้คนรวยมาเช่าทำกำไรสูงๆ ส่วนตัวเองต้องหอบผ้าไปอยู่นอกเมืองตุ๊กตาประสาคนลาวจนๆ อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

ความรู้สึกของผม เมืองเก่าหลวงพระบางเป็นเมืองตุ๊กตาจริงๆ  นะครับ

เพราะทันทีที่เราแล่นรถออกนอกเขตมรดกโลกที่ถูกควบคุมโดยแผนจัดการ เราจะได้สัมผัสบรรยากาศของหลวงพระบางเมืองลาวจริงๆ  สองข้างทางที่มีอาคารพาณิชย์หน้าตาแปลกๆ ร้านรวงชนิดต่างๆ ห้างสรรพสินค้าที่มีแต่ของจากเมืองจีนมาขาย สนามกีฬาที่มีชาวลาวนิยมมาดูฟุตบอลเตะกันตอนบ่าย ไปจนถึงท่ารถโดยสาร อบายมุขอะไรที่ถูกห้ามให้มีในเขตเมืองเก่าก็ออกมาตั้งข้างนอกนี่ด้วย คลับ บาร์ ไปจนถึงผู้หญิง

เมืองมรดกโลกจึงออกจะดูเป็นคนละโลกกับเมืองที่ชาวลาวเขาอยู่อาศัยกันแท้ๆ

กรณีของชาวลาวท้องถิ่นดั้งเดิมเจ้าของที่ดินในหลวงพระบางไม่สามารถจะทำมาหากินตามเงื่อนไขใหม่ ตามที่ห้องการมรดกกำหนด จำต้องยอมให้คนมีเงินมาเช่าที่ตัวเองไปทำต่อเป็นภาพความจริงอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรรยากาศสงบ งาม ร่มเย็นของหลวงพระบาง

ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว

ผมคิดว่าเมืองเชียงใหม่ที่กำลังก้าวเดินสู่เส้นทางขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกคงจะไม่ซ้ำรอยหลวงพระบางในมิติของการทอดทิ้งคนพื้นถิ่น-คนเล็กคนน้อยที่อยู่ในเมืองดั้งเดิม ในทางกลับกันคนพื้นถิ่นในชุมชน 4-5 ชุมชนในเขตเมืองเก่าควรจะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งในแง่ของการรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมและในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจสังคมต่างๆ

แผนการปกปักรักษาและพัฒนาชุมชนดั้งเดิมในเขตมรดกโลกเป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งที่สังคมเชียงใหม่น่าจะร่วมกันคิดทำสร้างขึ้น

มันคงน่ายินดีมากที่คนเล็กคนน้อยชาวเชียงใหม่ผู้เป็นเจ้าถิ่นจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับประโยชน์จริงๆ จังๆ เป็นกลุ่มแรก แทนที่จะเป็นนักลงทุนใหญ่ที่ไหนที่เข้ามาพร้อมกับป้ายมรดกโลก

เรื่อง : บัณรส บัวคลี่
รูป : บัณรส บัวคลี่