My Heritage 12. Feb 20

4ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่ 24:

เยี้ยะไว้หื้อลูกหื้อหลานก่ะ

– กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560-
หลังจากจัดงานประชาสัมพันธ์ในระดับนานาชาติไปเมื่อเดือนมกราคม ก็ถึงคราวดีเดย์ในการประชาสัมพันธ์เชิงรุกกับชุมชนในพื้นที่เมืองเก่า ชุมชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเมืองเชียงใหม่โดยตรง โดยเราเริ่มต้นลงพื้นที่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2560 ใน 12 ชุมชน ถือเป็นเฟสแรกของการลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ (จากนั้นเราจะลงพื้นที่ในเขตเวียงสวนดอก และดอยสุเทพ ซึ่งมีชุมชนตั้งอยู่ทั้งหมด 15 ชุมชน) 

กิจกรรมประกอบด้วยการเปิดเวทีเสวนาอย่างเป็นกันเองภายในสวนอันร่มรื่นด้านหน้าหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ จัดนิทรรศการให้ความรู้ถึงขอบเขตมรดกโลก การนำเสนอคุณค่า และกระบวนการการมีส่วนร่วม และการจัดกิจกรรมนั่งรถรางให้ตัวแทนชุมชนแต่ละชุมชนได้สำรวจแหล่งมรดกของเมือง โดยมีนักวิชาการประวัติศาสตร์คอยบอกเล่าคุณค่าที่ชาวชุมชนบางท่านอาจมองข้าม หรือหลงลืมไปแล้ว เป็นต้น


ท่ามกลางหลายความคิดเห็นจากชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคำถามอย่าง “การจะเป็นมรดกโลกต้องใช้เวลาเท่าใด”, “เฮาเหลือเวลาเกียมเมืองหื่อพร้อมอีกเท่าใด” หรือความรู้สึกเสียดายที่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมหลายอย่างกำลังเลือนหายอย่าง “เฮาถ้าจะบะได้หันละ” มีความคิดเห็นหนึ่งจากชาวบ้านที่ช่วยจุดประกายให้วงเสวนาในสวนรื่นรมย์และมีความหวังอย่าง “เยี้ยะไว้หื้อลูกหื้อหลานก่ะ” หรือทำไว้ให้ลูกหลานเรา ซึ่งเป็น ‘หัวใจหลัก’ ที่นำมาอธิบายทุกความพยายามของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองของเรา
 
เพราะทั้งเครดิตและผลประโยชน์ของการเป็นมรดกโลก จะไม่ตกอยู่ที่คณะทำงานฯ ภาครัฐ หรือชาวชุมชนใดชุมชนหนึ่งเลย แต่จะตกอยู่กับชาวเมืองเชียงใหม่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นก่อนที่ช่วยกันสืบสานมรดกส่งต่อให้กับคนรุ่นปัจจุบัน และส่งผ่านไปถึงคนรุ่นหลัง คำว่า ‘เยี้ยะไว้หื่อลูกหื่อหลานก่ะ’ ของผู้ร่วมประชุมในวันนั้น จึงสะท้อนใจความสำคัญของการทำงานตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา และอีกหลายขวบปีให้หลังจนกว่าเราจะทราบผลจากยูเนสโกได้ชัดเจนที่สุด

“เยี้ยะไว้หื้อลูกหื้อหลานก่ะ” หรือทำไว้ให้ลูกหลานเรา ซึ่งเป็น ‘หัวใจหลัก’ ที่นำมาอธิบายทุกความพยายามของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองของเรา


กิจกรรมประชาสัมพันธ์เชิงรุกยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความรับรู้ให้กับเหล่าเยาวชนในสถานศึกษา เช่นกิจกรรม ‘บันทึกการเล่าเรื่องต้นไม้/ เมือง/ เชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก เมื่อวันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 โดยชวนนักเรียนโรงเรียนเรยีนาฯ นั่งรถรางเขียวชมเมือง เรียนรู้นิเวศประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ บนเส้นทาง เรยีนาฯ-ขัวเหล็ก-อนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ, ต้นฉำฉาใหญ่ยิมคานา-ต้นยางนา หนองหอย-ย่าน ถนนเจริญประเทศ

ทั้งยังมีโร้ดโชว์เผยแพร่ข่าวสารโครงการไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วเชียงใหม่ อาทิ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยแม่โจ้, มหาวิทยาลัยพายัพ, ชุมชนพวกแต้ม, ชุมชนพวกหงส์ และชุมชนบวกหาด ฯลฯ เป็นต้น