My Heritage 22. Jan 20

4 ปี การขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่มรดกโลก ตอนที่: 23

ภาคธุรกิจคือเครื่องชี้วัดคุณภาพเมือง

-พฤศจิกายน พ.ศ. 2559-

เข้าสู่วงเสวนาช่วงสุดท้ายของเวทีระดมความคิดเห็น ‘บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ต่อความเป็นเมืองมรดกโลกของเชียงใหม่’ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว โดยในช่วงนี้พูดคุยกันในหัวข้อ ‘บทบาทของการท่องเที่ยว/ โรงแรม/ ธุรกิจกับการเป็นมรดกโลกของเมืองเชียงใหม่’ ได้รับเกียรติจาก คุณณรงค์ ตนานุวัฒน์ รองประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย, คุณธนิต ชุมแสง เจ้าของธุรกิจ The Goodview Chiang Mai และคุณลี-อายุ จือปา เจ้าของธุรกิจกาแฟอาข่าอ่ามา

เริ่มจากคุณณรงค์ที่มองว่าเชียงใหม่ของเราเป็นเมืองที่มีแบรนด์ (branding) อันชัดเจน ทั้งในฐานะเมืองหลวงแห่งศิลปวัฒนธรรมล้านนา และเมืองที่ร่ำรวยด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ ซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาคอย่างมาก กระนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้างสมดุลของแบรนด์ แบรนด์นี้ให้ยั่งยืน 

ณรงค์ ตนานุวัฒน์ รองประธานกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย


“หลายธุรกิจเอาเรื่องธุรกิจนำ เอาผลประโยชน์ขึ้นก่อน สุดท้ายแล้วเป็นไงละ ไม่ยั่งยืน คือ…คุณต้องคิดทบทวนถึง DNA ของเมืองตรงนี้เป็นสำคัญ วิธีคิดแบบนี้ใช้กับการพัฒนาเมืองได้ด้วยนะ…คือถ้าทำได้เชียงใหม่จะกลายเป็น ‘City of Mind’ หรือเมืองที่คนอยู่แล้วมีความสุข ใจสงบ ใจสูง นี่คือเมืองในฝันของผมที่อยากจะชวนทุกคนร่วมกันคิดร่วมกันสร้าง ถึงจะเป็นนักธุรกิจ วันๆ ยุ่งกับการค้าการขาย แต่ผมว่าเราก็ทำอะไรดีๆ เพื่อช่วยเมืองได้เช่นกัน เริ่มจากธุรกิจของคุณนั่นแหละครับ” คุณณรงค์ กล่าว

ขณะที่คุณธนิต ชุมแสง บอกว่าทุกภาคส่วนต้องทำงานให้หนักกว่านี้หากต้องการให้เชียงใหม่เป็นมรดกโลก โดยมองว่าตราบใดที่เราไม่สามารถควบคุมเจ้าอาวาสหรือบุคคลากรของวัดใน property zone ได้ รวมถึงไม่สามารถจำกัดปริมาณรถบัสขนาดใหญ่ที่วิ่งเข้ามาในเมืองได้ ภูมิทัศน์ที่เป็นมรดกที่แท้จริงก็จะถูกบดบัง ซึ่งทำให้คุณค่าของมรดกไม่ปรากฏ

ธนิต ชุมแสง เจ้าของธุรกิจ The Goodview Chiang Mai


“ในทางกลับกัน ผมมองว่าพื้นที่ดอยสุเทพกับวัดพระธาตุดอยสุเทพ กลับมีศักยภาพในการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้มากกว่า เพราะเทือกเขาดอยสุเทพเป็นเหมือนประการอันมั่นคงยั่งยืน อยู่คู่กับเมืองมาหลายศตวรรษ เป็นปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง และไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในเมือง ก็สามารถมองเห็นดอยสุเทพได้ สิ่งนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ทุกคนต่างรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของร่วมกัน”

อย่างไรก็ตาม คุณธนิตก็ไม่ได้หมดหวังกับพื้นที่ในเขตคูเมือง แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ทั้งภาครัฐ ชุมชน เอกชน และผู้รับผิดชอบพื้นที่มรดก โดยเฉพาะกับวัดวาอารามในเมืองเก่า ได้มองเห็นภาพ หรือมีวิสัยทัศน์ต่อเมืองแบบเดียวกัน

ปิดท้ายที่คุณลีมองว่าการขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จำเป็นต้องทำให้เกิดภาพของความหลากหลาย หาใช่ในแง่มุมของความเป็น ‘exclusive’ ซึ่งจำกัดเฉพาะแค่กลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง หากแต่เป็นเรื่อง ‘diversity’ ที่ทุกภาคส่วนทั้งคนท้องถิ่น คนชายขอบ นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวได้ประโยชน์

ลี-อายุ จือปา เจ้าของธุรกิจกาแฟอาข่าอ่ามา


“เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ขณะเดียวกันก็เป็นเมืองนานาชาติ เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และก็เป็นเมืองที่ผู้คนอาศัยและส่งผ่านคุณค่าอันหลากหลายมาเนิ่นนาน ถ้าจะพัฒนาเมือง เราจำเป็นต้องมองรอบด้าน และให้โอกาสในความหลากหลาย ไม่เฉพาะการพัฒนาเพื่อรองรับการท่องเที่ยวอย่างเดียว ซึ่งถ้าเรามีความเข้าใจตรงกันเช่นนี้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร เราก็จะเห็นเมืองเชียงใหม่ที่เรารักพัฒนาไปในทิศทางที่ดีมากๆ โดยไม่ต้องมีองค์กรหรือสถาบันใดมาการันตีก็ได้” คุณลี ทิ้งท้าย