My Heritage 25. Oct 19

จากฝายหินสู่วัดผาลาด เวทีมรดกโลกสัญจรบนเส้นทางโบราณสู่ดอยสุเทพ

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คณะทำงานโครงการ ‘แผนปฏิบัติการด้านการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ประวัติศาตร์และวัฒนธรรมของเมืองเชียงใหม่ตามแนวทางมรดกโลก’ หรือโครงการ ‘เชียงใหม่สู่มรดกโลก’ ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย (focus group) ว่าด้วยการตระหนักรู้ถึงคุณค่าและแนวทางในการอนุรักษ์ดอยสุเทพ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่คณะทำงานได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

หากการประชุมครั้งนี้ก็แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงานได้ชักชวนชาวเชียงใหม่ร่วมกันเดินขึ้นดอยสุเทพในระยะสั้น บนเส้นทางวัดฝายหิน (ด้านหลังคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) สู่วัดผาลาด (ราวกิโลเมตรที่ 5 จากอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย – บนเส้นทางเดินรถ) ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรจากหลากสาขา ที่ต่างมาเล่าเรื่องดอยสุเทพผ่านมุมมองและองค์ความรู้ของแต่ละท่าน

โดยวิทยากรที่มาร่วมงานได้แก่ ท่านพระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด, อาจารย์จุลพร นันทพานิช สถาปนิก นักอนุรักษ์ และอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, อาจารย์ภูเดช แสนสา และอาจารย์สิทธิ วิจจา นักวิชาการด้านสังคมล้านนา สถาบันล้านนาคดีศึกษา และตัวแทนจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย

กิจกรรมเริ่มต้นตอนเช้า ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รศ.ดร. วรลัญจก์ บุญยสุรัตน์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวแนะนำความคืบหน้าของโครงการ และขอบเขตพื้นที่ของเมืองเชียงใหม่และดอยสุเทพที่จะขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จากนั้นอาจารย์จุลพร นันทพานิช ก็นำคณะที่ประกอบด้วยทีมงานเชียงใหม่สู่มรดกโลก, ทีมงานเชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์, ตัวแทนเครือข่ายชุมชนเชียงใหม่, ตัวแทนจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, กลุ่มนักศึกษา และบุคคลทั่วไป ราว 40 คน เดินเท้าจากมหาวิทยาลัยขึ้นสู่วัดฝายหิน ผ่านเส้นทางด้านหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ เชื่อมต่อไปถึงเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาลาดก่อนจะถึงจุดหมาย ณ วัดผาลาด ซึ่งระหว่างทางอาจารย์จุลพรก็ได้บอกเล่าถึงความหลากหลายและความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าดอยสุเทพ รวมทั้งชี้ชวนให้ชมต้นไม้พันธุ์ท้องถิ่นต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งหลายสายพันธุ์ก็เหลือให้เห็นไม่มากนักในตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว (แต่บนดอยสุเทพยังคงยืนต้นร่มรื่นและดกดื่น เป็นที่น่าชื่นใจ)

ทั้งนี้เส้นทางที่คณะทำงานเดินกันนี้ยังเป็นเส้นทางแสวงบุญเก่าแก่ของล้านนา จากการเป็นเส้นทางสัญจรหลักของคนเชียงใหม่ที่ต้องการเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพในช่วงวันวิสาขบูชา ก่อนที่ครูบาศรีวิชัยจะฮอมแรงชาวเชียงใหม่ช่วยกันตัดถนนขึ้นดอยอันกลายเป็นเส้นทางหลักในปัจจุบัน โดยท่านพระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด ยังได้บอกเล่าถึงตำนานการสถาปนาพระเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุดอยสุเทพเมื่อครั้นรัชสมัยของพญากือนา (พ.ศ. 1898-1928) และวัดต่างๆ ที่อยู่ตามเส้นทางสู่ยอดดอยสุเทพ ซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเส้นทางบรรลุธรรม 4 ระดับ ได้แก่ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี อรหันต์ (วัดผาลาดมีชื่อเดิมว่า วัดสกทาคามี)

เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาคประชาชนและคณะทำงานจัดขึ้นบริเวณลานข้างน้ำตกภายในวัดผาลาด ซึ่งก็ได้ อาจารย์ภูเดช แสนสา และอาจารย์สิทธิ วิจจา นักวิชาการด้านสังคมล้านนา สถาบันล้านนาคดีศึกษา มาเล่าเสริมถึงประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์และความเชื่อของผู้คนที่อาศัยอยู่บนดอยสุเทพและโดยรอบ ทั้งนี้ความเชื่อในการนับถือผีของชาวลัวะ อันเป็นผู้คนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่โดยรอบภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้ก็ยังคงมีการสืบต่อมายังยุคสมัยปัจจุบันผ่านประเพณีเลี้ยงดงปู่แสะ-ย่าแสะ ซึ่งแต่เดิมจัดขึ้นบริเวณเชิงดอยสุเทพและดอยคำ (ปัจจุบันย้ายไปจัดร่วมกันบริเวณเชิงดอยคำแห่งเดียวแล้ว) ก่อนที่ตัวแทนจากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่นี้ในฐานะ ‘ต้นน้ำ’ ที่สำคัญที่สุดซึ่งหล่อเลี้ยงคนเชียงใหม่มานานกว่าเจ็ดร้อยปีต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้