My Chiangmai 4. Aug 18

เราพบกันเพราะหนังสือ

::Citizen’s Talk:: 
เราพบกันเพราะหนังสือ

“เราทำนิตยสารในเครือเดียวกันที่กรุงเทพฯ นิตยสารคนหนึ่งปิดตัว ขณะที่อีกคนยังไม่ปิด แต่สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ แค่ 10 ปี และจะย้ายมาใช้ชีวิตที่เหลือที่เชียงใหม่ ซึ่งนั่นก็ครบ 10 ปีพอดี เลยย้ายขึ้นมาพร้อมกัน

ตอนนั้นประมาณปี 2541 เราเปิดร้านนมอยู่หน้าโรงเรียนวชิรวิทย์ โดยมีหนังสือการ์ตูนให้เด็กๆ ยืมไปอ่าน เราคิดว่าเชียงใหม่มีบรรยากาศที่ส่งเสริมการอ่านมากเลยนะ แต่เหมือนยังไม่มีพื้นที่หรือไม่มีการรณรงค์อย่างจริงจังมาก่อน

ช่วงที่มาอยู่ใหม่ๆ มันเป็นช่วงที่การทำหนังสือทำมือกำลังได้รับความนิยม ซึ่งระหว่างนั้นเราก็เขียนคอลัมน์ให้นิตยสารที่กรุงเทพฯ อยู่แล้วด้วย เลยมีความคิดจะทำหนังสือของตัวเอง และคนอื่นๆ ก็เปิดสำนักพิมพ์ขึ้นมาชื่อ เวียงพิงค์ 2000 ช่วงนั้นก็เริ่มรู้จักเครือข่ายเอ็นจีโอหลากหลาย ทั้งที่ทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงนักเขียน นักวิชาการ และร้านหนังสืออิสระอย่าง ‘ร้านเล่า’ 

เราร่วมกับเพื่อนๆ นักเขียนอีกหลายคน ช่วยกันก่อตั้งสโมสรนักเขียนเชียงใหม่ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันขับเคลื่อนบรรยากาศของการอ่านการเขียน ปีแรกๆ มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งบุ๊คคลับที่นำหนังสือมาเล่าสู่กันฟัง หรือการฉายภาพยนตร์ ต่อมาเราสองคนกับเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งก็ตั้งกลุ่มอักษราชีพ ที่ครอบคลุมผู้คนในทุกวิชาชีพเกี่ยวกับตัวหนังสือ เข้าร่วมกับชุมชน เครือข่ายการศึกษาทางเลือก ห้องสมุดของโรงเรียนที่สนใจ จนเกิดเป็นเครือข่าย ‘เชียงใหม่อ่าน’ ที่ทำงานอยู่ในปัจจุบัน

พอทำงานเป็นสโมสรนักเขียนหรือตั้งกลุ่มอักษราชีพขึ้นมา จนกระทั่งมาถึงเครือข่ายเชียงใหม่อ่าน เราพบว่ามีคนเชียงใหม่หลายคนพร้อมจะมีส่วนร่วมหรือให้การสนับสนุนเราอยู่แล้ว อย่างเราจัดกิจกรรมผ้าป่าหนังสือที่เปิดรับทอดผ้าป่าและหนังสือเพื่อแจกจ่ายไปยังเครือข่ายต่างๆ หรืองาน One Book One Baht ที่เป็นการขายหนังสือเล่มละหนึ่งบาทเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ ก็มีพี่ๆ น้องๆ หลายคนหอบหนังสือมาบริจาคให้เราไปต่อยอดกิจกรรมเยอะ รวมทั้งการลงพื้นที่จัดกิจกรรมในอำเภอต่างๆ ทั่วเชียงใหม่ เรามองว่าหลายคนอยากส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมอย่างนี้ แค่ไม่มีสื่อกลาง หรือระบบการทำงานที่ทำให้ความร่วมไม้ร่วมมือเห็นผล และเกิดความยั่งยืน

เราเชื่อว่าหากต้องการจะเปลี่ยนแปลงสังคม การทำงานเพียงคนคนเดียวหรือกลุ่มใดกลุ่มเดียว ย่อมไม่เกิดผล แต่มันต้องประสานความร่วมมือเป็นเครือข่าย เครือข่ายที่มองภาพแบบเดียวกัน ขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน ซึ่งไม่ใช่แค่การส่งเสริมการอ่านแบบที่เราทำ แต่ยังรวมถึงกลุ่มคนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม หรือการพัฒนาเมืองในด้านอื่นๆ ซึ่งเชียงใหม่เรามีเครือข่ายที่ทำงานด้านนี้อยู่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความหวังกับเมืองเมืองนี้”

_____________________________________________________________
รายา ผการ์มาศ (องอาจ ฤทธิ์ปรีชา) และ ทัทยา อนุสสร (ทัทยา อนุสสรราชกิจ) 
ผู้ก่อตั้งกลุ่มอักษราชีพ และอยู่ในเครือข่ายเชียงใหม่อ่าน เครือข่ายภาคประชาชนที่สนับสนุนให้เมืองเชียงใหม่เกิดบรรยากาศของการอ่านและการเขียนหนังสือผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการรับงานจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย มาจัดเทศกาลหนังสือประจำปี ‘เชียงใหม่บุ๊คแฟร์’ (เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต ปี 2561 จัดระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 8 กรกฎาคม) ซึ่งเป็นเทศกาลหนังสือ (นอกมหาวิทยาลัย) ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่สาม

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังก่อตั้งกลุ่ม ‘เมืองเจริญใจ’ กลุ่มที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการขยะบนดอยสุเทพในช่วงหลังเทศกาลเดินขึ้นดอย (วันวิสาขบูชา) โดยล่าสุดด้วยการประสานความร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งวัดพระธาตุดอยสุเทพ ในการออกข้อกำหนดและการลงทะเบียนศรัทธาประชาชนที่มาทำโรงทานแจกอาหารตามเส้นทางเดินขึ้นดอย ทำให้ภายหลังเทศกาลเดินขึ้นดอยในปีนี้ สามารถลดขยะที่ตกค้างบนพื้นที่ได้ปริมาณมากเป็นประวัติการณ์กว่าปีที่ผ่านๆ มา