My Chiangmai 9. May 18

ขันดอก และตำนานอินทขิล คุณค่าที่อยู่ในความเชื่อและความหอมของดอกไม้

ที่มาของประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล หลักเมืองของเชียงใหม่

ทุกวันแรม 13 ค่ำ เดือน 8 ต่อเนื่องไปจนถึงเดือน 9 หรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี ชาวเชียงใหม่จะรู้กันว่านั่นคือช่วงพิธีกรรมที่ต้องเตรียมข้าวตอกดอกไม้มาถวายเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข และตระหนักถึงสัญลักษณ์ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจผู้คนในพื้นที่ นี่คือประเพณีการใส่ขันดอกไม้เพื่อบูชาเสาหลักเมืองที่สืบต่อกันมาในชื่อ ‘ประเพณีบูชาเสาอินทขิล’ เป็นอีกหนึ่งคุณค่าทางความเชื่อและศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่อยู่คู่เมืองมาถึงปัจจุบัน

คำว่า ‘อินทขิล’ แปลว่า หลักเมือง หรือแปลว่า เสาเขื่อนก็ได้ ซึ่งหมายถึงเสาที่ตั้งมั่นและเป็นศูนย์กลางของเมืองเชียงใหม่ ประดุจเสาหลักที่มีความมั่นคง หลักอินทขิลสร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน มีพระพุทธรูปปางขอฝน หรือ พระคันธารราษฎร์ ประดิษฐานไว้เบื้องบน ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของปวงชน ให้ตั้งมั่นอยูในศีลธรรม เสมือนเป็นหลัก สำหรับที่พึ่งพิงของจิตใจ เสาหลักเมืองต้นนี้อยู่คู่กับเมืองเชียงใหม่มาก่อนพระญามังรายก่อตั้งให้เมืองเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนา อ้างอิงจากตำนานอินทขิล ฉบับสมโภช 600 ปี พระธาตุเจดีย์หลวง เขียนโดยพระธรรมดิลก (จันทร์ กุสโล) ดังนี้

เมื่อครั้งพระญามังรายเตรียมจะสร้างเมืองเชียงใหม่ ปี พ.ศ.1835 เล่ากันว่า มีการพบโบราณวัตถุรูปกุมภัณฑ์ก่ออิฐถือปูนอยู่บริเวณซากเมืองเก่าบริเวณป่าละเมาะซึ่งเป็นทำเลที่จะใช้ตั้งเมือง หลังจากได้รับคำปรึกษาโดยฤษีที่เป็นชาวลัวะ ชนดั้งเดิมของพื้นที่ พระญามังรายก็ให้ชาวเชียงใหม่บูชากุมภัณฑ์และให้กุมภัณฑ์ดูแลเป็นดังอารักษ์ของเสาหลักเมืองตั้งแต่นั้น ด้วยเชื่อว่าจะทำให้เวียงนี้อยู่เย็นเป็นสุข

มีเรื่องเล่าที่ว่าด้วยการสักการะและละเลยการเซ่นไหว้อยู่หลายตำนาน บ้างก็ว่าครั้งหนึ่งชาวเมืองละเลยการบูชาเสาอินทขิล กุมภัณฑ์ทั้งสองตนจึงได้หอบเสาอินทขิลไปถวายแด่พระอินทร์บนสวรรค์ ต่อมาเมื่อไม่มีเสาหลักเมือง ชาวลัวะก็เกิดความกลัว จึงร่วมกันหล่อเสาอินทขิลขึ้นมาใหม่ และมีประเพณีการสักการะที่เคร่งครัดนับจากนั้น บางตำนานก็เล่าว่าชาวลัวะได้เกิดสำนึกผิด จึงทูลขอเสากลับมาจากพระอินทร์ กระนั้นไม่ว่าตำนานจะกล่าวเช่นไร ชาวเชียงใหม่ก็ได้มีพิธีกรรมบวงสรวงเสาอินทขิลสืบต่อจากชาวลัวะโบราณ ด้วยการถวายข้าวตอกดอกไม้ ทุกๆ ปี ระหว่างปลายเดือน 8 ต่อเดือน 9 หรือระหว่างเดือนพฤษภาคมต่อเดือนมิถุนายน จนกลายเป็นหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติของชนชาวล้านนา

ยักษ์กุมภัณฑ์ อารักษ์เสาอินทขิล (ภาพถ่ายโดย www.chiangmainews.co.th)

แต่เดิมเสาอินทขิลประดิษฐานอยู่ ณ วัดสะดือเมือง (วัดอินทขิล) กลางเวียงเชียงใหม่ บริเวณด้านข้างอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ กระทั่งราวปี พ.ศ. 2343 พระเจ้ากาวิละได้ย้ายเสาไปยังวัดเจดีย์หลวง โดยบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ ซึ่งเสาปัจจุบันเป็นเสาอิฐก่อสอปูน ประดับกระจกสีรอบเสา มีพระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึงที่พลตรีเจ้าราชบุตรนำมาถวายวัดเจดีย์หลวง เมื่อปี พ.ศ. 2514 ประดิษฐานอยู่ภายในบุษบกเหนือเสาอินทขิล ให้ได้สักการบูชาคู่กับหลักเมือง กระนั้นในยุคปัจจุบันเสาอินทขิลจะประดิษฐานอยู่ในวิหาร ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาสักการะ จะเปิดก็เฉพาะช่วงที่มีประเพณีบูชาเสาอินทขิลเท่านั้น

ประเพณีบูชาเสาอินทขิลมักจะเริ่มในวันแรม 13 ค่ำเดือน 8 ต่อเนื่องไปถึงวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 9 ใช้เวลา 7 วัน ชาวเมืองจะนำข้าวตอกดอกไม้ ธูปเทียน และน้ำขมิ้นส้มป่อยใส่ภาชนะไปทำการสระสรงสักการะเสาอินทขิล รวมทั้งการอัญเชิญพระพุทธรูปฝนแสนห่าจากวัดช่างแต้มมาประดิษฐานบนรถแห่เพื่อให้ชาวเมืองได้สักการะ ก่อนนำมาประดิษฐานไว้ในซุ้มบุษบกหน้าพระวิหารหลวง เพื่อให้ชาวเมืองบูชาคู่กับเสาอินทขิล

นอกจากการเป็นประเพณีบวงสรวงที่ชุ่มชื่นไปด้วยข้าวตอกดอกไม้ อีกเสน่ห์ของประเพณีนี้คือกิจกรรมยามค่ำคืนที่มีการซอพื้นเมืองและช่างฟ้อนเจิงสังเวยเทพยดาอารักษ์บ้านเมือง เมื่อถึงกำหนดพิธีนี้ทุก ๆ ปีพวกช่างซอที่อยู่ในเมืองเชียงใหม่ทุกคนจะต้องเดินทางมาร่วมกันที่งานบูชาเสาอินทขิลและผลัดกันซอเป็นพลีกรรมถวาย ซึ่งถือเป็นภาพที่สะท้อนความรุ่มรวยของศิลปวัฒนธรรมล้านนาร่วมสมัยได้อย่างงดงามและเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา กระนั้นในปัจจุบัน ภาพของการรวมช่างซอและช่างฟ้อนกลุ่มใหญ่ก็หาได้ยากยิ่งแล้ว

(รูปบน) พ่อครูสิงห์คำ ดวงดอก เป็นผู้ดูแลขันครูถวายเสาอินทขิล โดยพ่อครูและลูกศิษย์จะเป็นคนตระเตรียมข้าวตอกดอกไม้ พานไหว้ และขนมหวาน เพื่อบูชาเสาอินทขิลทุกปี ทั้งนี้ตระกูลของพ่อครูยังเป็นผู้ฟื้นฟูการบูชาเสาอินทขิล และประเพณีบูชาสี่ทิศเข้าหลักเมือง (จัดขึ้นหลังประเพณีอินทขิล) มากว่าร้อยปี นับตั้งแต่สมัยพ่อครูบุญมี ปัญญายศ (รูปล่าง) ผู้เป็นร่างทรงและฟื้นฟูการประกอบพิธีไหว้เสาอินทขิลและบรรพกษัตริย์ล้านนา ในสมัยรัชกาลที่ 5    

ประเพณีอินทขิลในปี 2561 นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2561 ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร